Custom Search
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (1081)
history books online army books shop
Airsoft Gun Cases
Sport Watches Army
Airsoft Gun Rails
รองเท้าทหารที่ดีที่สุดในโลก
ลดแหลก! เครื่องแบบทหาร
Airsoft My BBs
ลดสุด ๆ กระเป๋าทหาร
Airsoft Gun Scope Mounts
US Navy Seals Gear
หนังสือเกี่ยวกับนายร้อย 4 เหล่า
อาร์มผ้ากองทัพอากาศไทย
หมวกแก๊ปทหาร
เสื้อที่ระลึกกองทัพอากาศไทย
กางเกงทหาร-ตำรวจ
อาร์มต่างประเทศ
เครื่องหมายทหาร-ตำรวจ
สินค้าลดราคาสุด ๆ ถูกมาก!!!!!!!!!!!!
สติกเกอร์
เสื้อยืดปืน(cotton 100 เปอร์เซ็นต์)
ตุ๊กตาออมสินทหาร-ตำรวจ
ชุดบิน ถุงมือนักบิน รองเท้านักบิน
โมเดลเครื่องบินรบสำเร็จรูป
กระบี่สั้น - ยาว
แนะแนวทางการสอบนายร้อย 4 เหล่าทัพ
หน่วยรบพิเศษในไทย
ที่ห้อยพวงกุญแจ
สินค้านายร้อย 4 เหล่า
สงครามเกาหลี
สินค้าอื่น ๆ
สายคล้องโทรศัพท์หน่วยรบ
ผลสอบนายร้อย 4 เหล่าทัพ
สงครามเวียดนาม
GAME เกมส์แนะนำ ฟรี
นาฬิกาทหาร Sport Watches Army
ไอโฟน army iphone 4 case
Jewelry army
LCD ทีวีจอแบน
Apple iPad ไอแพด
กล้องถ่ายรูป Camera Photo Digital Cameras
หนังสือประกันภัยรถยนต์ car insurance auto insuranc
เครื่องเสียง Home Theater Systems
เครื่องเล่น DVD DVD Players Recorders
โปรเจคเตอร์ Projectors
GPS Navigator GPS ติดรถ GPS ราคา
เครื่องเสียงรถยนต์ Car Audio





บทความ
บุพการีทหารอากาศ (อ่าน 955/ตอบ 0)

                   นายทหารที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อฝึกเป็นนักบิน ๓ ท่านแรกแห่งสยามประเทศ ได้แก่ นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ (สุนี สุวรรณประทีป) นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร (หลง  สินศุข)  นายร้อยโท ทิพย์  เกตุทัต
                   ทั้ง ๓ ท่าน เดินทางถึงประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๔  โดยมี นายพลโท หม่อมเจ้าบวรเดช  อัครราชทูตพิเศษประจำกรุงปารีสทรงให้การต้อนรับ และจ้างครูสอนภาษาฝรั่งเศสแก่นายทหารทั้งสามก่อนเริ่มเรียนการบิน
                   นายพันตรี  หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ เข้าเรียน  ณ โรงเรียนการบินวิลลาคูเบลย์ ใกล้กรุงปารีส ส่วนนายร้อนเอก หลวงอาวุธสิขิกร และนายร้อยโท ทิพย์  เกตุทัต ฝึกบิน ณ โรงเรียนการบิน มูร์ เมอะลอง เลอะกรังด์ ก่อนจะย้ายมาเรียนที่ วิลลาคูเบลย์ เช่นกัน
                   ๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๕  นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ นำเครื่องบินแบบเบรเกต์ และนายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร นำเครื่องบินแบบนิเออปอรต์ ขึ้นบินเป็นครั้งแรกโดยเป็นการบินเดี่ยว จากนั้นไม่นาน นายร้อยโท ทิพย์  เกตุทัต ก็สามารถบินเดี่ยวได้เช่นกัน
นอกจากการบินแล้ว ทั้งสามท่านยังเห็นว่า  การที่สยามจะมีเครื่องบินไว้ใช้เอง ต้องรู้จักการซ่อมบำรุงด้วย จึงได้ศึกษาวิชาช่างเครื่องบินเพิ่มเติม

                   ในระหว่างที่ศึกษาอยู่นั้น ทั้งสามท่านได้บินทดสอบเครื่องบินที่กระทรวงกลาโหมสั่งซื้อมาจำนวน ๘ เครื่องได้แก่ เครื่องบินแบบเบรเกต์ และนิเออปอรต์ หลังสำเร็จการศึกษา ได้เดินทางไปดูกิจการโรงเรียนการบิน Central Flying School และโรงเรียนทหารช่างของประเทศอังกฤษ รวมถึงโรงเรียนการบินของประเทศรัสเซีย ที่เมือง Gatchina  ก่อนจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๖
                   ทั้งสามท่านได้นำความรู้ความสามารถทางการบินกลับมาพัฒนากิจการบินของไทย ให้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและมั่นคง ต่อกองทัพอากาศจึงยกย่องให้เป็น บุพการีทหารอากาศ





                   พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ (สุนี สุวรรณประทีป) เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๔๓๐ ที่ตำบลบ้านไร่ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรของหลวงอนุกูลราชกิจ (ทอง สุวรรณประทีป) กับ นางอนุกูลราชกิจ (หรุ่น สุวรรณประทีป) เข้าเรียนชั้นต้นที่โรงเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส และโรงเรียนวัดมหาพฤฒาราม เริ่มเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนสวนกุหลาบ จากนั้นจึงเข้าโรงเรียนนายร้อยทหารบกเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๖ – ๒๔๔๘ กระทั่งจบออกมารับราชการเป็นนายทหาร จนได้รับแต่งตั้งเป็น นายพันตรีหลวงศักดิ์ศัลยาวุธ ดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองพันพิเศษ กองพลที่ ๕ ก่อนได้รับการคัดเลือกให้ไปเรียนวิชาการบินในประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๔
                   นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ เข้าเรียนที่โรงเรียนการบิน วิลลาคูเบลย์ โดยฝึกกับเครื่องบินแบบเบรเกต์  ปีกสองชั้น จนสำเร็จวิชาการบินตามหลักสูตรสโมสรการบินของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๕ ได้บัตรนักบินหมายเลข ๑๐๙๐ จากนั้นได้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนการบินชั้นสูงของกองทัพบกฝรั่งเศส ได้รับประกาศนียบัตรนักบินรบซึ่งเป็นขั้นสูงสุด ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๖
                   กลับถึงประเทศไทยในวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๖ ได้เข้ารับราชการใน กรมจเรทหารช่าง โดยรับผิดชอบด้านการบิน ณ สนามม้าสระปทุม (ราชกรีฑาสโมสร)
                   พ.ศ.๒๔๕๗ กระทรวงกลาโหมจัดตั้งกองบินทหารบก มี นายพันโท พระเฉลิมอากาศเป็นผู้บังคับการท่านแรก
                   วันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐ ประเทศไทยประกาศเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ ๑ ท่านได้เป็นผู้บังคับการกองทหารอาสานำกำลังพล ๑,๒๕๐ นาย ตามคำสั่งวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๖๑ เดินทางไปราชการสงครามในยุโรป ที่ประเทศฝรั่งเศส จนสิ้นสงครามด้วยชัยชนะร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์ รามาธิบดีชั้นที่ ๓ กลับถึงกรุงเทพฯ ในวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๒ และได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาในวันเดียวกัน

                   ๑๙ มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๑ เป็นเจ้ากรมอากาศยานทหารบกท่านแรก
                   ๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๓ ได้รับพระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาเฉลิมอากาศ
                   ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๓ ได้รับพระราชทานยศเป็น พลอากาศโท




                  นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยามศิลปสิทธิ์(หลง สินศุข) เกิดเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๓๐ ณ บ้านหน้าวังบูรพาภิรมย์ กรุงเทพ เป็นบุตรของพระยาภาณุพันธุวรเดช (แย้ม) และคุณหญิงภาณุพันธ์ (เพียน) เริ่มเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ และศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๕  จบหลักสูตรเป็นนายร้อยตรี เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๙ รับราชการจนได้รับการแต่งตั้งเป็นนายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร รั้งตำแหน่งผู้บังคับกองพันพิเศษ กองพลที่ ๕ ก่อนได้รับคัดเลือกไปศึกษาการบินที่ประเทศฝรั่งเศส
                   นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร เริ่มฝึกบินด้วยเครื่องบินแบบนิเออปอรต์ ปีกชั้นเดียว ณ โรงเรียนการบินที่ มูร์ เมอะลอง เลอะกรังต์ ก่อนย้ายไปเรียนที่วิลลาคูเบลย์ สำเร็จวิชาการบินตามหลักสูตรของสโมสรการบินฝรั่งเศส เมื่อ   
                   วันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๕๖ ได้ประกาศนียบัตรเป็นนักบินฝรั่งเศส หมายเลขนักบิน ๑๓๘๕  อีกทั้งได้เรียนรู้การซ่อมเครื่องบินด้วย
                   กลับถึงประเทศไทยในวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๖ และเข้ารับราชการใน กรมจเรทหารช่าง โดยรับผิดชอบด้านการบิน ณ สนามม้าสระปทุม (ราชกรีฑาสโมสร)
                   พ.ศ.๒๔๕๗ กระทรวงกลาโหมจัดตั้งเป็นกองบินทหารบก โดยมีนายพันโท พระเฉลิมอากาศ เป็นผู้บังคับการกองบิน พร้อมด้วย นายพันตรี หลวงอาวุธสิขิกร และ นายร้อยเอก หลวงทะยานพิฆาต เป็นผู้ช่วยผู้บังคับการ ช่วยกันย้ายเครื่องบินจากสนามม้าสระปทุม (ราชกรีฑาสโมสร) เข้าสถานที่ตั้งใหม่ ณ ตำบลดอนเมือง ในวันที่ ๘ มีนาคม
                   ๑๙ มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๑ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงานของกรมอากาศยานทหารบกเป็นท่านแรก
                   ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๗ เป็นนายพันเอก พระยาเวหาสยานศิลปะสิทธิ์ และต่อมาในเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๕ รับตำแหน่ง เจ้ากรมอากาศยาน ต่อจาก นายพลตรี พระยาเฉลิมอากาศ
                   ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๑ ได้รับพระราชทานยศและบรรดาศักดิ์เป็น นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์  เครื่องราอิสริยาภรณ์รามาธิบดี ชั้นที่ ๓







                  นาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต (ทิพย์ เกตุทัต) เกิดเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์  พ.ศ.๒๔๓๑ ณ บ้านในคลองบางกอกใหญ่ ตึกหน้าวัดหงษาราม  กรุงเทพฯ  เป็นบุตรของพระยาเวียงในนฤบาล (เจ็ก) และคุณหญิงเวียงในนฤบาล (แก้ว) เริ่มเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ และศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๖ และเป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้รับคัดเลือกให้ไปศึกษาการบินที่ ประเทศฝรั่งเศส โดยขณะนั้นมียศเป็นนายร้อยโท ทิพย์  เกตุทัต
                   นายร้อยโท  ทิพย์  เกตุทัต  เริ่มฝึกบินด้วยเครื่องบินแบบนิเออปอรต์  ณ โรงเรียนการบินที่ มูร์ เมอะลอง เลอะกรังต์ กับนายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร ระหว่างฝึกบิน นายร้อยโท ทิพย์  เกตุทัต ได้ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินชนกันกลางอากาศในระยะสูง ๓๑ เมตร จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ณ เมืองแวร์ซายส์ เป็นเวลาถึง ๓ เดือนเศษ แต่ในที่สุดก็ฝึกสำเร็จวิชาการบิน เมื่อนวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๖ ได้รับบัตรนักบินฝรั่งเศสหมายเลข ๑๓๒๔

                   กลับถึงประเทศไทยในวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๖ และเข้ารับราชการใน กรมจเรทหารช่าง โดยรับผิดชอบด้านการบิน ณ สนามม้าสระปทุม (ราชกรีฑาสโมสร)
                   พ.ศ.๒๔๕๗ เป็นผู้ช่วยผู้บังคับการกองบินทหารบก ร่วมกับนายพันตรี  หลวงอาวุธสิขิกร
                   ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๘ ได้รับการยกย่องในประกาศกระทรวงกลาโหม จากงานประดิษฐ์ “หีบเครื่องเขียนใบแจ้งเหตุแบบเกตุทัต พ.ศ.๒๔๕๘” สำหรับส่งข่าวจากเครื่องบินได้สำเร็จ
                   ๑๙ มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๑ เป็นผู้บังคับการกองบิน กรมอากาศยานทหารบก ยศนายพันตรี และเป็นผู้บังคับการกองบินทหารบก กองทหารอาสา ในคราวไปราชการสงครามโลกครั้งที่ ๑ ที่ประเทศฝรั่งเศส
                   ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๖ เป็นปลัดกรมอากาศยาน
                   ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๗๒ เป็นผู้อำนวยการกองโรงงานอากาศยาน อัตรานายพันเอก
                   ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๙  ได้รับพระราชทานยศและบรรดาศักดิ์เป็น นาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต

ขอขอบคุณข้อมูลจาก พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ